เด็ก ม.6 ต้องรู้!! มหากาพย์ครั้งยิ่งใหญ่กับการสอบที่ต้องเจอ จะสอบอะไรพร้อมยัง?

สวัสดีครับน้องๆ ที่กำลังจะเตรียมตัวมาเป็นเด็ก ม.6 ในระบบ TCAS พี่บัดดี้เชื่อว่าจะต้องมีน้องๆสงสัยอยู่แน่ๆว่าเราต้องสอบวิชาอะไรบ้าง ต้องโฟกัสกับอะไรเป็นพิเศษ แล้วเราต้องสอบหมดครบทุกวิชาเลยไหมนะ?? (พี่บัดดี้เชื่อว่าเด็ก ม.6 เกือบทุกคนต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้) แต่ก็อย่าเพิ่งกังวลใจไปนะครับ พี่บัดดี้จะมาตอบข้อสงสัยกับมหากาพย์การสอบทั้งหมดที่เด็ก ม.6 ต้องเจอในระบบ TCAS ให้ดูในบทความนี้แล้ว!! ไปศึกษาข้อมูล เพื่อเตรียมความพร้อมเอาไว้กันได้เลยครับ

การสอบ TCAS (Thai University Center Admission System) เป็นระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเริ่มนำมาใช้ในปีการศึกษา 2561 เป็นระบบที่ออกแบบโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดยการจัดสอบแบ่งเป็นการสอบ O-net, GAT PAT และ 9 วิชาสามัญ ซึ่งแต่ละคณะ จะมีเกณฑ์การคัดเลือกในรายวิชาที่แตกต่างกันออกไป

O-NET

O-NET หรือ Ordinary National Education Test จัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) โดยมีการสอบทั้งหมด 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่

  1. ภาษาไทย
  2. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
  3. ภาษาอังกฤษ
  4. คณิตศาสตร์
  5. วิทยาศาสตร์

เป็นการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ เพื่อวัดความรู้และความคิดของนักเรียน นอกจากนี้ยังเป็นการประเมินหลักสูตรของโรงเรียนอีกด้วย สำหรับในการสอบใน TCAS นั้นแม้ว่าคณะส่วนใหญ่จะเน้นการใช้คะแนน GAT PATและวิชาสามัญเป็นหลัก แต่O-NET ก็สำคัญไม่แพ้กันนะครับ เช่น

O-NET ใช้ในรอบไหนบ้าง

  • ใช้ใน TCAS รอบที่ 4 Admission ทุกคณะ 30%
  • ใช้เป็นเงื่อนไขในการรับสมัคร กสพท จะต้องมีคะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60%
  • นอกจากนี้ยังมีการใช้ในคะแนน O-NET ในหลายๆ คณะของ TCAS ทุกรอบ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน นอกจากใช้ GAT PAT1 PAT3 แล้วยังกำหนดคะแนน O-NET วิชาภาษาอังกฤษอีกด้วย

GAT / PAT

เป็นการสอบที่ดูว่านักเรียนคนหนึ่งมีความพร้อมในการจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมากน้อยแค่ไหน สามารถเลือกสอบเป็นรายวิชาได้ ตามที่ คณะ/สถาบัน กำหนด

GAT

GAT (General Aptitude Test)  คือ การวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ เป็นการสอบที่ดูว่านักเรียนคนหนึ่งมีความพร้อมในการจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมากน้อยแค่ไหน มี 2 ส่วน คือ

  • ส่วนที่ 1 พาร์ทเชื่อมโยง คือ ความสามารถในการอ่าน/การเขียน/การคิดเชิงวิเคราะห์/และการแก้โจทย์ปัญหา แบ่งเป็นบทความยาวประมาณ 1-2 หน้า 2 เรื่อง คะแนนเต็ม 150 คะแนน
  • ส่วนที่ 2 พาร์ทภาษาอังกฤษ คือ ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ โดยข้อสอบประกอบด้วยปรนัย 4 และ 6 ตัวเลือก จำนวน 40  ข้อคะแนนเต็ม 150 คะแนน ประกอบด้วย Speaking and Conversation, Vocabulary, Structure and Writing, Reading Comprehension

PAT

PAT เป็นการทดสอบวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (Professional and Academic Aptitude Test) คือ การวัดความรู้ที่เป็นพื้นฐาน กับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้น ๆ ให้ประสบความสำเร็จมี 7 วิชา คือ

PAT 1 คือ ความถนัดทางคณิตศาสตร์

PAT 2 คือ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์

PAT 3 คือ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์

PAT 4 คือ ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์

PAT 5 คือ ความถนัดทางวิชาชีพครู

PAT 6 คือ ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์

PAT 7 คือ ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ ประกอบด้วย

PAT 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส

PAT 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน

PAT 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น

PAT 7.4 ความถนัดทางภาษาจีน

PAT 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ

PAT 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี

PAT 7.7 ความถนัดทางภาษาเกาหลี

9 วิชาสามัญ

การสอบ 9 วิชาสามัญมีการจัดสอบแค่ครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องเลือกสอบทุกวิชา โดยเลือกสอบเฉพาะวิชาที่มหาวิทยาลัยกำหนด ใช้คะแนน 9 วิชาสามัญกับ TCAS รอบที่ 2 เป็นต้นไป ผลคะแนนวิชาสามัญ  9 วิชา (นับจากวันที่สอบ)

การทดสอบวิชาสามัญใน 9 วิชา จะต้องเลือกสอบในรายวิชา ดังต่อไปนี้

  1. วิชาภาษาไทย  
  2. วิชาสังคมศึกษา
  3. วิชาภาษาอังกฤษ
  4. วิชาคณิตศาสตร์
  5. วิชาฟิสิกส์
  6. วิชาเคมี
  7. วิชาชีววิทยา
  8. วิชาคณิตศาสตร์2 (สำหรับนักเรียนสายศิลป์)
  9. วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป (สำหรับนักเรียนสายศิลป์)

ความถนัดแพทย์ (กสพท)

ข้อสอบความถนัดแพทย์ (กสพท) เป็นการสอบวิชาเฉพาะ มีสัดส่วนคะแนนถึง 30% จึงนับว่าสำคัญมาก ไม่แพ้คะแนนจากการสอบวิชาสามัญอื่นๆ จะแบ่งออกเป็น 3 Part หลักๆ ดังนี้

  • ข้อสอบความถนัดแพทย์ Part “เชาว์ปัญญา”

เป็น Part ที่รวมทุกอย่างจริงๆ ทั้งคณิตศาสตร์ อนุกรมเลข อนุกรมภาพ การอ่านจับใจความ และอีกมากมาย และยังมีส่วนอื่นผสมผสานกันอยู่ในข้อสอบชุดนี้อีกเช่นภาษาไทย สมกับชื่อ Part เชาว์ปัญญา เพราะมันไม่ใช่เพียงคณิตศาสตร์อย่างเดียว

  • ข้อสอบความถนัดแพทย์ Part “จริยธรรมทางการแพทย์”

เป็นข้อสอบวัดทัศนคติของเราว่าเหมาะที่จะเป็นแพทย์ที่ดีหรือไม่ เป็นการสมมติสถานการ์ณวัดตรรกะความคิด จรรยาบรรณแพทย์ การปกป้องสิทธิ์ของแพทย์ สิทธิ์ของผู้ป่วย ข้อสอบส่วนใหญ่จะเป็นเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของเรา บางทีอาจจะเจอสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ก็ได้

  • ข้อสอบความถนัดแพทย์ Part “ทักษะการเชื่อมโยง”

มันมีความคล้ายกันกับ GAT เชื่อมโยงแต่ต่างกันนิดหน่อย สไตล์ข้อสอบก็จะให้มาเป็นบทความยาวๆ ที่เราต้องแบ่งประเด็นเอาเอง แล้วสุดท้ายก็จับมาเชื่อมโยงกัน

พี่บัดดี้เป็นกำลังใจให้เด็ก ม.6 ที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกคน และอย่าลืมแบ่งเวลาในการอ่านหนังสือให้ดีนะครับ เพราะต้องสอบหลายวิชา ใช้เกณฑ์คะแนนไม่เหมือนกัน แต่หากน้องรู้แล้วว่าอยากเข้าคณะอะไร ก็ให้มุ่งมั่นอ่านหนังสือในวิชาที่ต้องใช้คะแนนในการยื่นเลยครับ สู้ๆ!!

ที่มา :

  • สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.) http://www.niets.or.th/th/catalog/view/211
  • ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย http://tcas.cupt.net/information.php