.

สวัสดีครับ .. จบกันไปแล้วนะครับสำหรับการคัดเลือกในระบบ TCAS62 ปีล่าสุด พี่ Buddy TCASter ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับเพื่อนๆที่มีที่เรียนกันไปแล้วและขอให้กำลังในเพื่อนๆที่ยังไม่สมหวังนะครับ  ถ้าพูดถึง TCAS ปีที่ผ่านมารอบที่ถูกพูดถึงมากเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น รอบที่ 1 พอร์ตฟอลิโอ ซึ่งเป็นรอบที่เน้นการยื่นผลงาน + สอบสัมภาษณ์ ก็มีสิทธิ์ได้เข้าเรียนแล้ว

.

เพื่อนๆ ม.ปลาย หลายคนให้ความสนใจที่จะยื่นพอร์ต แต่บางคนก็ไม่แน่ใจว่าผลงานที่เรามีอยู่นั้น ยื่นไปแล้วจะติดรึเปล่า? วันนี้ พี่ Buddy TCASter เลยถือโอกาสสรุปภาพรวมการคัดเลือกเกี่ยวกับรอบพอร์ตฟอลิโอในปีที่ผ่านมาให้เพื่อนๆได้เตรียมตัวกันครับ

.

.

ภาพรวมรอบพอร์ตพิจารณา 3 ส่วนหลัก

ส่วนแรกคือคุณสมบัติ ถ้าเพื่อนๆไม่มีคุณสมบัติตามกำหนด ต่อให้มีผลงานดีแค่ไหนก็สมัครไม่ได้นะครับ ส่วนที่สองคือผลงาน ผลงานที่ว่าจะต้องเป็นผลงานตามที่สถาบันกำหนด ถ้าผลงานที่เรามีไม่ใกล้เคียงที่เขากำหนดเลย อย่ายื่นนะครับ เสียเวลาเปล่าๆ ส่วนสุดท้ายคือการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งถือว่าหินมากๆ  ถ้าผ่านทั้ง 3 ส่วนนี้ไปได้ก็ติดแน่นอนครับ

.

.

ผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษมีความสำคัญในหลายคณะ

อย่างที่เพื่อนๆรู้กัน รอบพอร์ตไม่ได้ใช้คะแนนจาก สทศ. (9 วิชาสามัญ , GAT/PAT , O-NET) แต่อาจใช้คะแนนสอบภาษาอังกฤษในการยื่นได้ เช่น TOIEC , TOEFL , SAT , TU-GET , BMAT , IELTS , CU-TEP ฯลฯ  คณะที่มักให้ยื่นผลคะแนนประเภทนี้ ได้แก่ คณะจำพวกนานาชาติ คณะแผนศิลป์ หรือคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ในหลายสถาบัน .. แต่ละสถาบันจะกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าต้องการผลคะแนนอะไรบ้าง + ผ่านเกณฑ์ต้องได้เท่าไหร่ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่มีทุนน้อย (ค่าสอบค่อนข้างสูง) หรือไม่ค่อยถูกโฉลกภาษาอังกฤษอาจต้องวางแผนสมัครในรอบอื่นนะครับ T_T

.

.

เกรดเฉลี่ย (GPAX , GPA) เป็นสิ่งที่ต้องมี (เยอะ) และขาดไม่ได้

นอกจากจะต้องมีผลงานตามที่แต่มหา’ลัยกำหนดแล้ว ยังต้องใช้เกรด 5 เทอมอีกด้วย เพื่อนๆอาจมีคำถามว่าทำไมต้อง 5 ภาคเรียน แล้วอีกภาคเรียนใน ม.6 เทอม 2 ไม่สำคัญหรอ? คำตอบก็คือ TCAS รอบ 1 จะเปิดคัดเลือกในช่วงเดือน ธ.ค. – ม.ค. (ปีล่าสุด) ในตอนนั้นเราจะรู้ผลแค่เกรด 5 เทอมแรกของเราเท่านั้น หลายสถาบันจึงใช้เกรด 5 เทอมในการคัดเลือกเท่านั้น

ถ้าถามต่อว่าแล้วเกรดที่เรามีจะเอาไปใช้ยังไง?  ส่วนมากจะใช้เป็น  ‘‘เกณฑ์ขั้นต่ำในการสมัคร’’ หรือ บางมหา’ลัย อาจใช้คิดเป็น  ‘‘ % คะแนนสัดส่วนหนึ่งในการคัดเลือก’’ แต่ละมหา’ลัยกำหนดใช้ต่างกัน เพื่อนๆอาจต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกครั้งนะครับ  โครงการในรอบพอร์ตที่นิยมใช้เกรดเป็นตัวตัดสิน เช่น โครงการรับนักเรียนเรียนดี , โครงการเด็กดีมีที่เรียนหรือโครงการประเภทรับนักเรียนที่มีคุณธรรมจริยธรรม เป็นต้น

.

.

พอร์ตอาจไม่ใช่รูปเล่มอีกต่อไป หลายคณะกำหนดเป็น 10 หน้า A4

ในปีที่ผ่านมา ทปอ. ได้ขอความร่วมมือไปยังสถาบัน เรื่องพอร์ตฟอลิโอควรมีได้ไม่เกิน 10 หน้า A4 และก็มีหลายสถาบันเห็นด้วยในแนวทางนี้ วัตถุประสงค์เพื่อต้องการลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการเตรียมพอร์ตฟอลิโอให้กับเพื่อนๆ และเพื่อให้ได้พอร์ตคุณภาพในการคัดเลือกจริงๆ  พอร์ตฟอลิโอในหลายคณะกำหนดให้ยื่นในรูปแบบ 10 หน้า A4 โดยรายละเอียด 10 หน้าจะเป็นยังไง? รวมปกด้วยไหม? มีคำนำหรือไม่? ใช้ Front อะไร? ขนาดเท่าไหร่? หรือต้องมีกิจกรรมผลงานอะไรบ้าง? แต่ละคณะ/สถาบัน จะเป็นผู้กำหนดเองครับ

.

.

ยื่นแค่ผลงานยังไม่จบ อาจมีทดสอบเพิ่มเติม

เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่เพื่อนๆห้ามประมาทนะครับ บางคณะอาจกำหนดให้ทดสอบความสามารถทางวิชาการเพิ่มเติม เช่น โครงการรับของคณะแพทยศาสตร์ , ทันตแพทยศาสตร์หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น , ทดสอบทางด้านสมรรถภาพของร่างกาย เช่น โครงการรับ นร. ที่มีความสามารถพิเศษทางด้านกีฬา , หรือทดสอบความสามารถทางศิลป์ การแสดงที่เกี่ยวข้องกับคณะหรือสาขานั้นๆนะครับ การทดสอบส่วนใหญ่มักกำหนดเป็นคะแนนส่วนหนึ่งในการคัดเลือกด้วย ต้องทำให้เต็มที่นะครับ

.

.

สอบสัมภาษณ์ ยากที่สุดใน 5 รอบ

การสอบสัมภาษณ์ในรอบอื่นๆ ที่ไม่ใช่รอบพอร์ตถือว่าไม่ยากนัก เพียงแค่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดและผ่านการพิจารณาของผลคะแนน (สอบติด) มาแล้วก็ผ่านได้สบายๆ แต่ผิดกันกับการสอบสัมภาษณ์ในรอบพอร์ต ที่ส่วนใหญ่กำหนดเป็นคะแนน บางคณะใช้การสอบสัมภาษณ์เพื่อคัดคนออก (เรียกสัมภาษณ์มากกว่าจำนวนที่รับสมัคร) การสอบสัมภาษณ์ในรอบพอร์ตจึงเป็นด่านสุดท้ายที่เพื่อนๆที่อยากติดรอบพอร์ตต้องทำการบ้านและเตรียมตัวให้มากกว่าปกตินะครับ

.

เพื่อนๆก็ได้รู้ถึงความจริงใน 1 ปีของรอบพอร์ตกันไปแล้วนะครับ ใครอยากติดตั้งแต่รอบแรกก็อย่ารอช้าหาข้อมูลติดตามข่าวสารการสมัครสอบ TCAS ได้ง่ายๆ เพียงแค่กดโหลดแอป >> http://bit.ly/AppTCASter

.

#TCAS63 #TCAS62 #DEK63 #มปลาย #Portfolio #รอบ1 #พอร์ต #พอร์ตฟอลิโอ