เปิดเทอมนี้พร้อมยัง #DEK63 ถ้ายังไม่เริ่มต้น เริ่มกันตั้งแต่ตอนนี้เลย รออะไร! วันนี้พี่บัดดี้จะมาเล่าเส้นทางของเด็ก ม.6 ที่ทุกคนต้องเจอเหมือนกันหมด เป็นแนวทางให้น้องๆรุ่นต่อไปได้ศึกษากัน ก่อนที่จะมาเจอของจริงด้วยตัวเอง!! ถ้าอยากรู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ไปดูกันเลยย!!

กิจกรรมเยอะ ถ้าไม่เข้าร่วม ระวังไม่จบ ม.6

งานกีฬาสี, งานแสดงละครต่างๆ

กิจกรรมที่ต้องร่มแรงร่วมใจเข้าร่วมกันทุกระดับชั้น ต่างคนต่างมีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นของตัวเอง เป็นพี่ ม.6 แล้วไหนจะต้องคุมแสตนด์เชียร์, เชียร์ลีดเดอร์ หรือพี่ๆบางคนต้องเป็นเชียร์หลีดเดอร์ ลงแข่งกีฬากันอีก  งานนี้ต้องแบ่งเวลาให้ดี ระหว่างทำกิจกรรม และอ่านหนังสือเตรียมตัวไปด้วยนะครับ

งาน Open house

กิจกรรมที่ห้ามพลาด ก่อนจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้ไปศึกษาทดลองปฏิบัติ ดูสถานที่จริงๆกับมหาวิทยาลัยที่เราสนใจ ก่อนจะเข้าไปเรียนจริงๆตามมหาวิทยาลัยที่เราสนใจ ว่าเราชอบจริงหรือไม่

งานวิชาการโรงเรียน

วันที่ทุกคนจะได้จัดแสดงผลงาน หรือนิทรรศการหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นพื้นที่ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ร่วมสนุก ฝึกทักษะกระบวนการคิด แก้ไขปัญหา และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตจริง

เรียนจะจบม.ปลายแล้ว แต่ก็ยัไม่รู้ว่าชอบอะไร!??

เรียนให้ผ่านไปวันวัน

ใครๆก็ต้องเคยมีความรู้สึกแบบนี้!! ไม่รู้จะเรียนไปทำไม เรียนไปตามวันจันทร์ – ศุกร์, เสาร์ – อาทิตย์ ก็หยุดอยู่บ้าน ไปเรียนพิเศษบ้างเป็นบ้าง พี่บัดดี้เชื่อว่าช่วงแรกๆก็จะเปื่อยๆกันแบบนี้แหละ แต่ถ้าใกล้สอบแล้วละก็ พี่บัดดี้แนะนำต้องรีบวางเป้าหมายได้เเล้วนะ เพราะเวลาในช่วงม.6 ผ่านไปเร็วมาก เวลาเป็นสิ่งมีค่าเสมอ!!

เคยชินกับนิสัยเดิม

ใครยังกลับบ้านล้วแล้วติดเกม หรือปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ต้องเริ่มเปลี่ยนตัวเองได้แล้วนะ!! ชีวิตเด็ก ม.6 มีหลายอย่างที่ต้องรับบทหนัก ไหนจะต้องสอบ ทำกิจกรรม งานต่างๆ เยอะแยะมากกก ถ้าไม่แบ่งเวลาดีๆ หรือเอาเวลาไปใช้โดยเปล่าประโยชน์ ถึงเวลาเเล้วที่ต้องปฏิวัติตัวเอง สู้!!

ไม่เคยค้นหาตัวเอง

ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร ถนัดอะไรเป็นพิเศษ… จน ม.6 แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะเรียนคณะ/มหาวิทยาลัยอะไรดี พี่บัดดี้อยากแนะนำให้ลองหาแบบทดสอบค้นหาตัวเองดู อย่างเช่น แบบทดสอบ MBTI แบบทดสอบบุคคลิกภาพ ค้นหาอาชีพที่เหมาะกับเรา หรือแบบทดสอบ IKIGAI ค้นหาสิ่งที่ชอบ และคุณค่าของการมีชีวิตอยู่คืออะไร นอกจากนี้ยังมีแบบทดสอบแนวอื่นๆอีก ลองค้นหาดูนะครับ

การก็บ้านเยอะ เรียนหนักเหมือนเดิม

ตารางเรียนแน่น

ใครว่าขึ้นมาม.6 แล้วจะสบาย!?? ที่ไหนได้ ตารางก็แอบหนัก แล้วยังต้องอ่านหนังสือสอบอีก! ไหนจะสอบเก็ยคะแนนที่โรงเรียน สอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องอ่านหนังสือหนักมากๆ แถมยังต้องเผื่อเวลาทำโจทย์ย้อนหลังด้วยอีก แบ่งเวลากันให้ดีๆนะครับ

มีรายงานให้ทำเพียบ

ทั้งการบ้าน ทั้งรายงาน แต่ละอย่างกว่าจะทำได้ก็ต้องหาข้อมูลเพียบ!! แต่ถ้าคิดในแง่ดี ก็ได้หาความรู้ระหว่างสอบไปด้วยเลยละกัน เพราะยังไงก็เป็นเนื้อหาในบทเรียนอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ถือว่าเสียเวลาไปซะทีเดียว

หน่วยกิตน้อยแต่งานเยอะ

บางวิชานอกจากเรียนเนื้อหายากแล้ว หน่วยกิตก็ไม่เยอะมาก แต่ทำงานส่งยากและสอบยาก นี่แหละตัวดึงเกรด ระวังให้ดี อาจทำให้ GPAX เราต่ำลงไปด้วย พี่บัดดี้แนะนำ อย่าปล่อยผ่าน ใส่ใจกันสักนิด ไม่งั้นอาจทำให้พลาดคณะในฝันได้เลยนะ!!

ความกดดันมากขึ้น เวลาก็เหลือน้อยลง

จุดพีคของ ม.ปลาย

เวลาที่กดดันมากที่สุดสำหรับเด็ก ม.ปลาย คงจะเป็น 1 เดือนก่อนสอบ พี่บัดดี้คิดว่าน้องๆทุกคนจะต้องเจอกับคำถามต่างๆนานา จะเข้าคณะอะไร จะสอบได้ไหม อยากเป็นอะไร ถ้าไม่ได้แล้วจะทำยังไงต่อ…. ทุกคำถามที่เราโดนถามมา พี่บัดดี้ขอให้น้องๆทุกคนเอามาเป็นแรงผลักดัน แล้วตั้งใจทำให้เค้าเห็นว่าเราก็ทำได้!!

ต้องพิสูจน์ตัวเอง

เกิดมาสักครั้ง ลองทำให้ทุกคนเห็น พิสูจน์ตัวเองดูสักตั้ง ว่าเราก็มีความพยายาม มีความสามารถ เวลาแค่ 1 ปี ลองตั้งใจเรียนดูสักครั้ง ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน ก็ถือว่าเป็นบทพิสูจน์หนึ่งในชีวิต!!

ทุกอย่างแข่งกับเวลา

ขึ้นม.6 ใหม่ๆ อาจจะดูเหมือนว่างๆโล่งๆ แต่เดี๋ยวก่อน เผลอแค่แปบเดียว ก็ไม่ทันซะแล้ว!! พี่บัดดี้แนะนำ เวลาเป็นสิ่งมีค่า แค่ 5 – 10 นาที นี่แหละเวลานาทีทอง ก็เอามาท่องคำศัพท์, ท่องสูตรคณิตได้!! เก็บไปเรื่อยๆวันละเล็กละน้อย ดีกว่าปล่อยเวลาไปแบบไร้ค่า ไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

สุดท้ายนี้ พี่บัดดี้ขอให้น้องๆทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจ รับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เช่น กิจกรรมที่หลากหลาย การสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือการค้นหาตัวเอง ที่น้องๆจะต้องรับผิดชอบกันอย่างหนักหน่วง พี่บัดดี้เป็นกำลังใจให้นะครับ ^^