fbpx

เข้าใจความแตกต่างของ TCAS แต่ละรอบ

TCAS ทั้ง 5 รอบ แตกต่างอย่างไร ทำความเข้าใจกันง่ายๆ ข้อมูลครบๆ กับบทความนี้ได้เลยครับ

ความแตกต่างของ TCAS แต่ละรอบ

TCAS แต่ละรอบชื่อเรียกช่วงเวลารับสมัครเน้นอะไรสมัครที่ไหนการสอบติด
รอบที่ 1Porfolioธันวาคมผลงาน,คุณสมบัติมหาวิทยาลัยโดยตรงติดได้มากกว่า 1 ที่
รอบที่ 2โควตากุมภาพันธ์-มีนาคมกำหนดพื้นที่,คะแนนสอบมหาวิทยาลัยโดยตรงติดได้มากกว่า 1 ที่
รอบที่ 3รับตรงร่วม/กสพท.เมษายนGAT/PAT, 9 วิชาสามัญเว็บไซต ทปอ.เลือก 6 ติด 1
รอบที่ 4AdmissionพฤษภาคมGAT/PAT 50,GPAX20,ONET30เว็บไซต ทปอ.เลือก 4 ติด 1
รอบที่ 5รับตรงอิสระพฤษภาคม-มิถุนายนคะแนนสอบ/คุณสมบัติมหาวิทยาลัยโดยตรงติดได้มากกว่า 1 ที่
** สมาร์ทโฟน ให้หมุนเป็นแนวนอนจะเห็นตารางครบทุกช่องครับ

ระบบ TCAS แบ่งเป็นทั้งหมด 5 รอบ สิ่งสำคัญคือระบบการยืนยันสิทธิ์ครับ มาทำความเข้าใจระบบยืนยันสิทธิ์กันก่อนเลย

  • การยืนยันสิทธิ์ = น้องสอบติดแต่ยังไม่เข้าเต็มตัว ต้องยืนยันสิทธิ์กับ ทปอ. ก่อน
  • การสละสิทธิ์ = สละสิทธิ์ที่น้องยืนยันไปก่อนหน้า และจะทำได้เพียงครั้งเดียว
  • การไม่ยืนยันสิทธิ์ = ปฎิเสธการเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่สอบติด
  • Auto-Clearing House = สอบติดแล้วไปสัมภาษณ์ เท่ากับยืนยันสิทธิ์ทันที (มีเฉพาะรอบ 3 รอบ 4)

ซึ่งหากน้องยืนยันสิทธิ์ในรอบใดไป จะหมดสิทธิ์สมัครรอบต่อไปทันทีครับ ยกเว้นเสียว่าจะใช้สิทธิ์ การสละสิทธิ์ 1 ครั้ง ที่มีอยู่ในมือ

การสมัครระบบ TCAS หากน้องมีเป้าหมายชัดเจนในการสมัครรอบใดรอบหนึ่ง ก็ย่อมทำได้ หรือจะสมัครหลายรอบก็ทำได้เช่นกัน พี่เห็นว่าในแต่ละรอบนั้น เป็นโอกาสของน้องที่จะคว้าเอาไว้ ถ้าหากน้องสามารถสมัครรอบใดได้ อยากให้ลองสมัคร ลองสอบ ลองสัมภาษณ์กันดูครับ

เราไปดูรายละเอียดการสมัครสอบ TCAS ทั้ง 5 รอบกันเลย

.

TCAS รอบที่ 1 Portfolio

“มีผลงานมาก่อนได้เปรียบ แต่ถ้าไม่มี ตอนนี้ยังพอเตรียมทันนะ”

ผลงานในที่นี้ค่อนข้างกว้างเลยนะครับ พี่ขอแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ให้ละกันครับ ประเภทแรกคือผลงานที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยได้ อาจเคยประกวดได้รางวัลระดับประเทศ หรือระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านดนตรี หรือด้านอื่นๆ หากเป็นผลงานที่ได้รับรางวัล จะสามารถนำมาทำพอร์ตได้เป็นอย่างดี

ประเภทที่ 2 คือกิจกรรมที่น้องเคยทำที่โรงเรียนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นด้านผู้นำ การแข่งขันในโรงเรียนต่างๆ สำหรับประเภทนี้พี่อยากแนะนำให้ใส่ในพอร์ตแค่กิจกรรมสำคัญๆ ไม่ใช่ใส่ทั้งหมดครับ และถ้ายิ่งเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย หรือคณะที่น้องกำลังจะเข้า จะเหมาะสมมากๆ

ประเภทที่ 3 คือผลงานหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคณะหรือมหาวิทยาลัยโดยตรง เช่นจำพวก การเข้าค่ายแนะแนวต่างๆ การประกวดแข่งขันที่เกี่ยวข้อง การไปทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ในกลุ่มนี้น้องอาจเข้าร่วมกิจกรรมแต่ไม่ได้รับรางวัลก็สามารถนำมาใส่พอร์ตได้นะครับ เพราะจะแสดงถึงความตั้งใจและความสนใจในคณะหรือมหาวิทยาลัยนั้นๆ หากไปร่วมค่ายหรือกิจกรรมอะไร ขอให้พยายามถ่ายรูปเก็บไว้ครับ จะได้นำมาใส่ประกอบในพอร์ตได้

หากน้องคนไหนยังไม่ค่อยมีผลงานใส่ในพอร์ต ตอนนี้ยังทันนะครับ ลองมองหาค่ายแนะแนว หาการประกวดแข่งขันที่เกี่ยวข้อง หางานอาสา หาเวลาทำโครงงานด้วยตนเองร่วมกับเพื่อนๆ หรือนั่งทำผลงานชิ้นโบว์แดงใส่ในพอร์ตกันดูนะครับ ยังพอมีเวลาสัก 3 เดือนให้น้องเตรียมตัว เพราะรอบนี้จะเริ่มรับสมัครในเดือน ธันวาคม ครับ

รอบนี้น้องจะสมัครกี่ที่ก็ได้ ติดกี่ที่ก็ได้ แต่ยืนยันสิทธิได้เพียงที่เดียวครับ

.

TCAS รอบที่ 2 โควตา

“มีการกำหนดพื้นที่จังหวัด กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ มีทุนให้ด้วยนะ

ในรอบนี้เรียกว่าหากน้องมีเกรดสวยๆ หรือผลงานทางวิชาการ จะดีมาก เพราะจะมีบางโครงการที่เปิดให้น้องได้รับทุนการศึกษาในรอบนี้ หรือมีโควต้าจากมหาวิทยาลัยร่วมกับโรงเรียนที่น้องกำลังศึกษาอยู่ สอบถามกับทางโรงเรียนได้เลยครับ

สำหรับรอบนี้จะเน้นที่การกำหนดพื้นที่ในการรับนักศึกษา น้องๆ อาจคิดว่ารอบนี้กำหนดเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัด แต่จริงๆ แล้วพื้นที่กรุงเทพฯ ก็มีการรับสมัครอยู่ครับ เช่น โครงการคัดเลือกตรงโดยใช้คะแนน GAT/PAT เพื่อผู้เรียนดี มีคุณธรรม ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โควตาสถานศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคตะวันออก ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ขอให้ติดตามประกาศจากมหาวิทยาลัยให้ดีครับ

อีกทั้งจะมีเกณฑ์การใช้คะแนนสอบเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกด้วยครับ แต่น้องจะต้องสมัครก่อนที่จะได้รู้คะแนนสอบของตัวเอง เพราะฉะนั้นน้องจะได้รู้เกณฑ์คะแนนก่อนสอบ จงตั้งใจสอบวิชาที่น้ำหนักเยอะให้ได้คะแนนดีๆ ครับ

น้องจะสมัครกี่ที่ก็ได้ ติดก็ที่ก็ได้ แต่ยืนยันสิทธิได้ที่เดียว เหมือนรอบแรกครับ และอย่าลืมว่าถ้ายืนยันสิทธิแล้ว จะสมัครรอบถัดไปไม่ได้ ยกเว้นใช้สิทธิ์สละสิทธิ์ที่มีอยู่ 1 ครั้งครับ

.

TCAS รอบที่ 3 รอบรับตรงร่วมกัน / รอบกสพท.

“ใช้คะแนนสอบทุกตระกูล ศึกษาเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ดี”

ในรอบนี้หากน้องตั้งใจจะสมัครสอบกสพท. น้องจะต้องสมัครและเข้าสอบความถนัดแพทย์ก่อนสมัครกับระบบของทปอ.นะครับ

ใน TCAS รอบ1 และ รอบ2 น้องจะต้องคอยติดตามข่าวสารการเปิดรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัยเอง แต่รอบนี้จะมารับร่วมกันผ่านระบบของ ทปอ. ครับ และน้องจะต้องมีการจัดอันดับ ถึง 6 อันดับด้วยกัน จัด 6 ติดเพียง 1 จัดเรียงตามความชอบเลยครับ เพราะทปอ.จะให้น้องได้ติดเรียงตามอันดับที่น้องจัดเลย และในรอบ3 แต่ละมหาวิทยาลัยจะกำหนดเกณฑ์การใช้คะแนนเอาไว้แตกต่างกันอย่างมาก เช่นคณะเดียวกัน บางมหาวิทยาลัยใช้ PAT บางที่ใช้วิชาสามัญ เรียกว่า ตรวจสอบเกณฑ์กันให้ดี ใช้คะแนนไหน อะไร เท่าไหร่บ้าง

สำหรับในรอบที่2 น้องจะสมัครโดยที่ยังไม่รู้คะแนนสอบ แต่รอบ3 น้องจะได้รู้คะแนนสอบก่อนสมัครทั้ง 6 อันดับครับ พี่แนะนำว่า ลองดูความได้เปรียบของคะแนนของเรา ว่าจะได้เปรียบในเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยใด เช่นหากเราได้คะแนน GAT เยอะมาก ลองหาคณะที่เราอยากเข้า และใช้คะแนน GAT เปอร์เซนต์สูงๆ ครับ เพราะในรอบนี้น้องจะมองยากมากๆ เพราะไม่ค่อยมีคะแนนสูงต่ำให้น้องตรวจสอบ จะเคยมีประกาศแค่ในบางมหาวิทยาลัย กับคะแนนของกสพท.เท่านั้น

.

TCAS รอบที่ 4 Admission

“เกณฑ์คะแนนค่อนข้างตายตัว เลือกให้ดี บริหารความเสี่ยงให้เป็น มีคะแนนสูง-ต่ำเปรียบเทียบ”

สำหรับ TCAS รอบ4 เป็นระบบเดิมของ Admission เอามาใส่ในรอบนี้เลยครับ เกณฑ์คะแนนสอบของแต่ละคณะจะค่อนข้างแน่นอน อาจจะมีต่างกันบ้างที่สัดส่วนของคะแนนที่แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดเอง แต่คะแนนสอบที่น้องต้องใช้ มีเพียงแค่ GAT\PAT , O-net และ GPAX ครับ ด้วยสัดส่วน GAT+PAT 50% O-net 30% และ GPAX หรือเกรดเฉลี่ย 20% ครับ ที่สำคัญน้องสามารถตรวจสอบคะแนนสูง-ต่ำของรุ่นพี่ปีก่อนหน้า ก่อนที่จะเลือกอันดับได้ครับ ติดตามดูคะแนนสูง-ต่ำ ข้อมูลรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ของทปอ. ได้เลย

รอบ 4 น้องจะเลือกได้ 4 อันดับ ติดเพียง 1 เรียงตามลำดับเช่นเดียวกับรอบ 3 ครับ

.

TCAS รอบที่ 5 รับตรงอิสระ

“อิสระตรงตัวเลยครับ แต่ก็ต้องไปยืนยันสิทธิ์ในรอบเดียวกันหมด

รอบนี้ทางทปอ. จะเปิดให้ทางมหาวิทยาลัย เปิดรับนักศึกษาได้อย่างอิสระเลยครับ แต่ละมหาวิทยาลัยใช้เกณฑ์หลากหลายมาก มีทั้งที่กำหนดเกรดขั้นต่ำ ใช้ GAT/PAT หรือวิชาสามัญเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก หรือการใช้พอร์ตฟอลิโอก็ยังมีอยู่บ้างในรอบนี้ครับ

ส่วนใหญ่จะเป็นการรับนักศึกษาจำนวนเพิ่มเติม มากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับจำนวนนักศึกษาที่ยืนยันสิทธิไปก่อนหน้า เรียกว่าเป็นรอบทิ้งท้ายทิ้งทวน ก่อนเปิดเทอมครับ

และน้องๆ จะสมัครกี่ที่ก็ได้ แต่ยืนยันสิทธิ์ได้ครั้งเดียวผ่านระบบของ ทปอ. ภายในระยะเวลาที่กำหนดครับ หากติดแล้ว จะเข้าคณะนี้มหาวิทยาลัยนี้แน่ๆ อย่าลืมยืนยันสิทธิ์เชียวนะครับ หากน้องไม่ยืนยันสิทธิ์น้องจะหมดสิทธิ์เข้าศึกษาไปโดยปริยาย

.

เปรียบเทียบความแตกต่างแต่ละรอบ

รอบ 1 Portfolio VS รอบ 2 โควตา VS รอบ 5 รับตรงอิสระ

ความต่าง

  • เน้นผลงาน / เน้นพื้นที่ / กำหนดเกณฑ์ได้อิสระ
  • ไม่ใช้คะแนนสอบ(จำพวก O-net, Gat-Pat ฯลฯ) / ใช้คะแนนสอบแต่รู้คะแนนหลังสมัคร / ใช้คะแนนสอบหลากหลาย+มีผลคะแนนอยู่ในมือ

ความเหมือน

  • สมัครผ่านมหาวิทยาลัย
  • สมัครได้หลายที่ เลือกได้ที่เดียว
  • ยืนยันสิทธิ์ผ่าน ทปอ.
  • ต้องติดตามข่าวสารผ่านแต่ละมหาวิทยาลัย

รอบ 3 รับตรงร่วม VS รอบ 4 Admission

ความต่าง

  • กำหนดเกณฑ์เอง / ใช้เกณฑ์ร่วม
  • เน้นคะแนนสอบ / เน้น Gat-Pat O-net GPAX
  • เลือกได้ 6 ติด 1 / เลือก 4 ติด 1
  • ไม่ค่อยรู้คะแนนสูง-ต่ำ / รู้คะแนนสูง-ต่ำปีก่อนหน้า
  • มีกสพท. / ไม่มีกสพท.

ความเหมือน

  • สมัครผ่านระบบทปอ.
  • ต้องเรียงลำดับการเลือก ติดตามลำดับ
  • ติดตามข่าวสารผ่านทปอ.
  • ยืนยันสิทธิ์ผ่าน ทปอ.

รอบ 3 รับตรงร่วม VS รอบ 5 รับตรงอิสระ

ความต่าง

  • เน้นคะแนนสอบ / เน้นหลากหลาย
  • เลือกได้ 6 ติด 1 / ติดกี่ที่ก็ได้ ยืนยันที่เดียว
  • สมัครผ่านทปอ. / สมัครผ่านมหาวิทยาลัย

ความเหมือน

  • กำหนดเกณฑ์เอง
  • ยืนยันสิทธิ์ผ่าน ทปอ.

ขอพี่ Buddy TCASter ทิ้งท้าย ขอให้น้องๆ ตรวจสอบเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ดี ตรวจสอบองค์ประกอบคะแนน และหากมีกำหนดการใดๆ ออกมา ให้ปักหมุดใส่ไว้ในปฎิทินกันลืมเลยนะครับ อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนเชียว

แต่ถ้าจะให้ง่ายกว่านั้น ดาวน์โหลดแอพ TCASter ติดเครื่องกันไว้ได้เลย มีข่าวอะไร เปิดรับสมัครที่ไหน เกณฑ์อะไร เรียกได้ว่านำมาให้น้องๆ ได้รู้ก่อนใครครับ อีกทั้งยังคัดกรองเฉพาะคณะหรือมหาวิทยาลัยที่น้องอยากเข้า มีปฎิทินและการนับถอยหลังการสอบแต่ละวิชาให้ด้วย ดาวน์โหลดกันหรือยัง ถ้ายังดาวน์โหลดที่นี่ได้เลย

>> Download Application TCASter

.

อัพเดตล่าสุด 12/7/62

© TCASter 2018 | Term of service