fbpx

4 STEP ! พลิกโฉมคนไม่มีผลงาน ให้มีผลงานทันยื่นรอบ1 Portfolio

ไม่มีผลงานแล้วจะทิ้งรอบ1 Portfolio ไป พี่ว่าน่าเสียดายมากครับ ลองอ่านคำแนะนำจากพี่ก่อน รับรองว่าเห็นทางสว่าง ชัวร์ !

ขั้นตอนที่ 1 ย้อนดูตัวเอง

น้องหลายๆ คนคิดว่าตัวเองไม่มีผลงาน ผลงานไม่ได้เด่นหรือดีอะไร ก็เลยจะไม่ยื่นรอบพอร์ต พี่ไม่อยากให้คิดแบบนั้นกันครับ

ในการสมัครรอบ Portfolio เค้าเรียกกันว่าเป็นรอบของคนมีของ มันเป็นรอบที่เราต้องพรีเซนต์ตัวเองออกมา และเป็นรอบที่เราจะได้เป็นตัวเองมากที่สุด

ให้เรานั่งทบทวนตัวเองก่อนเลย ช่วงปิดเทอมเราทำอะไร ความสามารถเรามีอะไรบ้าง เราชอบทำอะไรเป็นพิเศษ หากมันไม่ค่อยเกี่ยวกับคณะที่เราอยากเข้า ดึงส่วนนี้มาใส่แค่เป็นน้ำๆ พอ ส่วนเนื้อเราไปเริ่มปั้นกันใหม่ เด็กม.6 รุ่นdek63 เริ่มตอนนี้ก็ยังทัน

ขั้นตอนที่ 2 ดึงออกมาให้โดดเด่น

เริ่มที่งานอดิเรกของเราก่อนครับ หากใครสายคอม แล้วอยากเข้าทางวิศวะ ไอที จะง่ายมากเลย เพราะน้องๆ มักจะชอบทำอะไรเล่นที่เกี่ยวกับคอมอยู่แล้ว น้องอาจจะไม่ได้ทำออกมาดีเลิศอะไร แต่จงเตรียมพรีเซนต์ตัวเองไปให้พร้อม ทำไอเดียให้เลิศ รับรองโดนใจกรรมการชัวร์

หากใครสายการแพทย์ กลับมาตอบคำถามตัวเองให้ดี ที่ผ่านมาเราทำอะไรที่ส่งเสริมให้เราเข้าคณะทางสายนี้บ้าง เช่น เคยเป็นทีมพยาบาลตอนเพื่อนแข่งกีฬาสีมั้ย ได้ทำอะไร เกิดเหตุการณ์หรือได้ประสบการณ์อะไรบ้าง ให้พรีเซนต์ตัวเองออกมาเลย

คำว่าพรีเซนต์ของพี่ ไม่ได้หมายความว่าน้องจะต้องทำพอร์ตให้สวย แต่คือการเล่าสิ่งที่มีอยู่ในตัวเองออกมาให้หมดและน่าสนใจครับ หากน้องไม่ได้ถ่ายรูปตัวเองตอนทำกิจกรรมนั้นไว้ อาจหารูปกิจกรรมที่ไม่มีน้องอยู่ในภาพมาใส่ แล้วเขียนให้ดี หรือเราอาจไปหาบุคคลที่ 3 ที่อยู่ในเหตุการณ์มาช่วยเล่าถึงสิ่งที่เราทำ เช่น เพื่อน พ่อแม่ คุณครู

ขั้นตอนที่ 3 ไม่มีผลงาน สร้างขึ้นมาใหม่ ยังทัน

หากย้อนดูก็แล้ว นั่งคิดเป็นวันก็แล้ว ไม่มีอะไรที่จะพรีเซนต์ออกมาได้เลย หรือคิดว่าไม่พอแน่ๆ สร้างขึ้นมาใหม่เลยครับ

สำหรับสายที่สร้างผลงานขึ้นมาเองได้ด้วยมือตัวเองที่บ้าน ก็ให้น้องลุยโลด แต่หากเป็นสายที่จำเป็นต้องไปทำกิจกรรมข้างนอกพี่ขอเสนอแนะกิจกรรมไว้ดังนี้ครับ

  1. กิจกรรมค่าย
  2. กิจกรรมแข่งขัน
  3. งานอบรม งานติว งานแนะแนวอาชีพ
  4. กิจกรรมอาสา

อย่างเช่น จะมีการรับโครงการคุณธรรมจริยธรรม น้องก็สามารถดึงผลงานที่ไปทำกิจกรรมอาสามาใส่ได้ และดึงกิจกรรมค่าย กิจกรรมแข่งขัน หรือการอบรม ที่เกี่ยวกับคณะที่น้องกำลังจะยื่นพอร์ตมาใส่ด้วย

หรือเป็นโครงการที่ต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้อง เราไปค่ายแล้วถ่ายรูปกิจกรรมที่เราทำ ผลงานที่เราสร้างในค่ายมาใส่พอร์ตเลยครับ หรือลองไปเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ หากไม่ได้รางวัล น้องก็จะได้ผลงานและประสบการณ์นำมาพรีเซนต์ต่อได้ครับ

หากเป็นทางด้านวิชาการ เราอาจลองทุ่มเวลาอ่านหนังสือ ทุ่มเวลาทำข้อสอบ และทุ่มเงินสักนิดนึงครับ แล้วไปลงสอบจำพวกวิชาพิเศษ เช่น CU-TEP , TU-GET , SAT , BMAT ฯลฯ

เพราะการสอบวิชาพวกนี้ จะมีโครงการรองรับเยอะเช่น โครงการด้านภาษาอังกฤษ โครงการทางวิชาการ พี่อยากให้น้องลองทุ่มดูสักหน่อย เพราะการแข่งขันในรอบ Portfolio จะน้อยกว่ารอบอื่นมากๆ แถมรับจำนวนรับก็เยอะอีกด้วย ต้องบอกว่า โอกาสดีๆ อย่างนี้ลองเสี่ยงดูจะเสียหายอะไร

รวมข่าวค่าย Openhouse
รวมกิจกรรมทำ Portfolio
กำหนดการสอบ CU-TEP อีก 8 ครั้ง ประจำปี 2562

ขั้นตอนที่ 4 Mindset สำคัญ

หากคิดว่าไม่ติด แล้วทิ้งรอบพอร์ตไปเลย เสียดายโอกาสนะครับ เพราะรอบนี้จำนวนที่นั่งเปิดรับเยอะ แถมคู่แข่งขันก็น้อย และที่สำคัญประสบการณ์รูปแบบสัมภาษณ์ในรอบพอร์ต น้องจะหาจากที่อื่นไม่ได้แล้วครับ

มั่นใจในตัวเอง ว่าเรามีดี เพราะไม่มีใครจะเพอร์เฟคสมบูรณ์แบบไปทุกอย่างครับ กล้าที่จะลอง กล้าที่จะลุย เพิ่มโอกาสให้กับอนาคตของตัวน้องเอง

โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้วแต่น้องไม่คว้า อย่ามาเสียใจทีหลังนะครับ 

.

หากไม่รู้จะเริ่มต้นทำ Portfolio ยังไง มาเรียนกับ ดร.พี่น็อต เลยครับ พี่น็อตเคยเป็นคณะกรรมการร่วมในการคัดเลือกนักเรียนรอบช้างเผือก รอบPortfolio ของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชื่อดัง พี่น็อตจะแนะแนวน้องให้ไปถูกทาง เพิ่มโอกาสติดรอบ 1 Portfolio ครับ

อยากเรียนกับ ดร.พี่น็อต คลิก

© TCASter 2018 | Term of service