fbpx

หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต – วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (พ.บ. – วศ. ม.) คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประกาศรับสมัครนักศึกษาหลักสูตรใหม่ที่มีชื่อว่า หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต – วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (พ.บ. – วศ. ม.) โดยจะเริ่มรับในปี 2563 ในระบบ TCAS รอบ1 Portfolio เท่านั้น จำนวนทั้งสิ้น 20 คน

โดยน้องๆ ที่เข้าเรียนคณะนี้จะได้เรียนควบ 2 อย่างคือ เรียนแพทย์ป.ตรีของรามา และเรียนวิศวะสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ป.โท ของมหิดล โดยใน 1-3 ปีแรกเรียนพรีคลินิกของหมอ ปีที่ 4 เรียนวิศวกรรมชีวการแพทย์ จากนั้นจึงนำความรู้จากวิศวกรรมมาใช้ต่อในชั้นคลินิก ปี 5-7 ของการเรียนหมอครับ

เพราะในปัจจุบัน เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การวินิจฉัย การรักษา ทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหิดล จึงเห็นพ้องต้องกันที่จะสร้างแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแพทย์ สามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์กับการรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องและให้ประสิทธิภาพสูงสุด

โดยจะปลูกฝังความเป็นนักวิจัยและนวัตกรให้แก่นักศึกษาแพทย์ทั้งในด้านของกระบวนการคิด ทักษะ และความสามารถทางการวิจัย

และในปี 2565 ศูนย์วิจัยทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์จะเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้บริการแก่นักศึกษาในหลักสูตร พ.บ. – วศ.ม. ในการทำงานวิจัย

และหลักสูตรนี์ ม.มหิดล เปิดเป็นที่แรกและที่เดียวในไทยครับ

ตอบคำถามที่พบบ่อย

พ.บ. – วศ. ม. คืออะไร ?
พ.บ. – วศ.ม. คือนวัตกรรมการศึกษาที่ผสมผสานระหว่าง 2 หลักสูตร เกิดจากความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมุ่งเน้นสร้างแพทย์นวัตกร มีความคิดสร้างสรรค์และมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ในอนาคต

พ.บ. – วศ. ม. เป็นหลักสูตรแพทย์ที่เขียนขึ้นใหม่หรือไม่ ?
พ.บ. – วศ.ม. เป็นโครงการร่วม 2 หลักสูตร พบ.-วศ.ม. (วิศวกรรมชีวการแพทย์) จัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีที่มีอยู่แล้ว และหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต วิศวกรรมชีวการแพทย์ ที่มีอยู่แล้ว ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยผสมผสานการศึกษาระหว่าการแพทย์และวิศวกรรมอย่างเหมาะสม เพื่อเป้าหมายการสร้างแพทย์นวัตกร

พ.บ. – วศ. ม. ต่างกับหลักสูตร พ.บ. ปกติ อย่างไร ?
นักศึกษาในโครงการ พ.บ. – วศ.ม. จะได้รับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางการแพทย์เช่นเดียวกับหลักสูตร MD. ปกติ นอกจากนั้นนักศึกษาจะได้รับความรู้และทักษะพื้นฐานทางวิศวกรรม อีกทั้งได้รับประสบการณ์การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ และมีสังคมร่วมกับเพื่อน นักวิจัย และอาจารย์ ต่างคณะอีกด้วย

พ.บ. – วศ. ม. เรียนกี่ปี ?
ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 7 ปี โดยปีที่ 1 – 3 มีการเรียนการสอนทางด้านพรีคลินิกเช่นเดียวกับหลักสูตรแพทย์ปกติ ในชั้นปีที่ 4 จะเป็นช่วงของการพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรมและลงมือพัฒนางานวิจัยหรือนวัตกรรม หลักจากนั้นในปีที่ 5 – 7 จึงกลับมาเรียนชั้นคลินิกเช่นเดียวกับหลักสูตรแพทย์ปกติ พร้อมทั้งทดลองและต่อยอดนวัตกรรมที่ได้พัฒนาขึ้นในช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน

การสมัครเข้าเรียน พ.บ. – วศ. ม. ทำอย่างไร ?
รับสมัครโดยวิธีรับตรงผ่านระบบ TCAS รอบ Portfolio ของ ทปอ. และพิจารณาคัดเลือกโดยดูจาก Portfolio และสัมภาษณ์แบบ Multiple Mini Interview (MMI)

จำนวนการรับนักศึกษาต่อปีการศึกษา ?
การรับนักศึกษาจำนวน 20 คนต่อปีการศึกษา โดยเป็นการรับตรงในรอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน มีการรับนักศึกษาแยกจากหลักสูตรแพทย์ปกติอย่างชัดเจน

เรียนที่ไหนบ้าง ?
ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา

ชั้นปี่ที่ 2 – 3 สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา

ชั้นปีที่ 5 – 6 สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี

ชั้นปีที่ 7 สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลสมทบ

มีหลักสูตรแบบนี้ที่ไหนบ้าง ?
มีหลักสูตรในลักษณะเดียวกันนี้อยู่แล้ว ในมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ เช่น

Duke University

TEXAS A&M University

Stanford University

Case Western Reserve University

โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นที่แรก และที่เดียวที่เปิดสอนหลักสูตรนี้ในประเทศไทย

นักศึกษาจำเป็นต้องทำงานวิจัยและตีพิมพ์หรือไม่ ?
นักศึกษาต้องทำงานวิจัยและตีพิมพ์ผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นเงื่อนไข ในการสำเร็จการศึกษาของหลักสูตรมหาบัณฑิต ตามประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย

จบแล้วได้ปริญญาอะไรบ้าง ?
1) ปริญญาตรี แพทยศาสตร์บัณฑิต (พบ.)
2) ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต (วศ.ม. วิศวกรรมชีวการแพทย์)

จบไปทำงานอะไรได้บ้าง ?
– แพทย์ที่เป็นได้มากกว่าแพทย์
มองเห็นปัญหาและโอกาสในการแก้ปัญหาด้วยหลักการทางวิศวกรรม มีการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบมากขึ้น
– แพทย์นวัตกร
เป็นแพทย์ที่ได้รับการปูพื้นฐานพร้อมที่จะต่อยอดเพื่อพัฒนางานวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์
– แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โอกาสที่จะได้รับเลือกให้เรียนต่อเฉพาะทางหรือหลักสูตรปริญญาเอกทั้งในและต่างประเทศมีสูงขึ้น เนื่องจากมีประสบการณ์ทำงานวิจัยและผลงานตีพิมพ์ในระดับนานาชาติเป็นพื้นฐาน

ดูรายละเอียดเกณฑ์การรับสมัคร TCAS63 รอบ1 ของหลักสูตรนี้คลิกเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก med.mahidol.ac.th

© TCASter 2018 | Term of service